ท่ามกลางความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMR: Small Modular Reactor) กำลังได้รับความสนใจในฐานะเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้ายุคใหม่ ที่สามารถจ่ายไฟได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมปล่อยก๊าซคาร์บอนในระดับต่ำ
SMR พัฒนาต่อยอดจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นเดิม โดยผลิตเครื่องปฏิกรณ์เป็นโมดูลสำเร็จรูปจากโรงงาน ทำให้ควบคุมคุณภาพได้ดี ก่อสร้างรวดเร็ว ใช้เวลาประมาณ 3–5 ปี และสามารถขยายกำลังการผลิตได้ตามความต้องการ
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญคือ ระบบความปลอดภัยที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ระบบ Passive Safety ที่สามารถหยุดปฏิกิริยาและระบายความร้อนได้เองเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ แม้ไม่มีไฟฟ้าหรือการควบคุมจากมนุษย์ รวมถึง Containment Building อาคารป้องกันหลายชั้นที่ออกแบบเพื่อลดความเสี่ยงจากการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี
ปัจจุบันหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส สหรัฐฯ จีน และแคนาดา กำลังเดินหน้าพัฒนาและลงทุนในเทคโนโลยี SMR เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะที่ประเทศไทยก็เริ่มมีการศึกษาและหารือถึงบทบาทของ SMR ในฐานะหนึ่งในทางเลือกของระบบพลังงานในอนาคต
แม้เทคโนโลยีจะได้รับการพัฒนาให้มีความปลอดภัยสูงขึ้น แต่การนำ SMR มาใช้ยังต้องอาศัยการวางกรอบด้านกฎหมาย มาตรฐานความปลอดภัย และการสื่อสารกับประชาชนอย่างโปร่งใส เพื่อให้การพัฒนาพลังงานของประเทศเดินหน้าไปพร้อมกับความเชื่อมั่นของสังคม
Cr. Jessada Denduangboripant