EU เริ่มบังคับใช้ PPWR กฎหมายบรรจุภัณฑ์ใหม่ ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัว

สหภาพยุโรปเดินหน้ายกระดับการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ด้วย PPWR (Packaging and Packaging Waste Regulation) กฎระเบียบใหม่ที่ครอบคลุมบรรจุภัณฑ์ทุกประเภทที่วางจำหน่ายในตลาด EU ทั้งที่ผลิตภายในยุโรปและนำเข้าจากต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการลดขยะ ส่งเสริมการใช้ซ้ำ และเพิ่มการรีไซเคิล

ปัจจุบันประชากรยุโรปสร้างขยะบรรจุภัณฑ์เฉลี่ยสูงถึง 180 กิโลกรัมต่อคนต่อปี และหากไม่มีมาตรการควบคุม คาดว่าภายในปี 2030 ปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์จะเพิ่มขึ้น 19% และขยะพลาสติกอาจเพิ่มขึ้นถึง 46%

PPWR จึงกำหนดเป้าหมายให้ EU ลดปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์ต่อหัว เมื่อเทียบกับปีฐาน 2018 ลง 5% ภายในปี 2030, 10% ภายในปี 2035 และ 15% ภายในปี 2040

3 แนวทางหลักของ PPWR

Reduce – ลดการใช้วัสดุและบรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น พร้อมออกแบบให้ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

Reuse & Refill – ส่งเสริมบรรจุภัณฑ์ที่มีความทนทาน สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำหรือเติมใหม่ได้

Recycle – ผลักดันการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้รีไซเคิลง่าย รวมถึงพัฒนาระบบเก็บ คัดแยก และจัดการขยะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

PPWR มีผลทางกฎหมายตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2025 และเริ่มบังคับใช้โดยทั่วไปตั้งแต่ 12 สิงหาคม 2026 โดยจะทยอยบังคับใช้ข้อกำหนดต่าง ๆ เพิ่มเติมในระยะต่อไป เช่น การจำกัดสาร PFAS ในบรรจุภัณฑ์ การออกแบบเพื่อการรีไซเคิล หรือ Design for Recycling (D4R) การกำหนดสัดส่วนวัสดุรีไซเคิล และการจำกัดบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวบางประเภท

ผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย

การบังคับใช้ PPWR ส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกสินค้าไปยังตลาด EU ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ผู้ผลิตสินค้า ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่าย เนื่องจากกฎระเบียบครอบคลุมตลอดทั้ง Supply Chain

ผู้ประกอบการอาจต้องรับต้นทุนเพิ่มเติมจากการปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ การเพิ่มสัดส่วนวัสดุรีไซเคิล การจัดทำข้อมูลและเอกสารรับรอง รวมถึงค่าใช้จ่ายจากระบบ EPR (Extended Producer Responsibility)

ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรเร่งเตรียมความพร้อมตั้งแต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การเลือกใช้วัตถุดิบ การจัดเก็บข้อมูลและเอกสาร ไปจนถึงการสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดและรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดยุโรป

PPWR จึงไม่ใช่เพียงกฎหมายด้านบรรจุภัณฑ์ แต่เป็นกติกาใหม่ที่กำลังเปลี่ยนรูปแบบการผลิต การออกแบบ และการจัดการทรัพยากรตลอดทั้ง Supply Chain สู่เศรษฐกิจหมุนเวียนมากขึ้น

Cr. SD Thailand