#yologreennews #bkk #รีไซเคิล #สิ่งแวดล้อม #รักษ์โลก
งานวิจัยจากสถาบันวิจัยทะเลทราย (Desert Research Institute: DRI) ในรัฐเนวาดา พบว่า พืชทะเลทรายหายากที่ใกล้สูญพันธุ์สามารถเพิ่มจำนวนได้เมื่อเติบโตใกล้แผงโซลาร์เซลล์ ภายในโครงการ Gemini Solar Project
นักวิจัยติดตามพืชชนิดหนึ่งชื่อ “ธรีคอร์เนอร์ มิลค์เวตช์” (Threecorner milkvetch) ซึ่งเป็นพืชตระกูลถั่วที่เติบโตในทะเลทรายโมฮาวี และกำลังถูกพิจารณาให้ขึ้นทะเบียนเป็นพืชใกล้สูญพันธุ์ พบว่า
- ในปี 2018 ก่อนสร้างโครงการ พบเพียง 12 ต้น
- แต่ในปี 2024 เพิ่มขึ้นเป็น 93 ต้น
ความสำเร็จนี้เกิดจากการออกแบบโครงการที่พยายาม หลีกเลี่ยงการถางหน้าดินและรักษาพืชพรรณเดิม ต่างจากโครงการโซลาร์ทั่วไปที่มักปรับพื้นที่จนทำลายเมล็ดพันธุ์ในดิน
แผงโซลาร์เซลล์ยังช่วยสร้าง “ไมโครไคลเมต” (microclimate) หรือสภาพภูมิอากาศย่อยที่เหมาะสม โดยร่มเงาของแผงช่วย
- ลดอุณหภูมิหน้าดิน
- ลดการระเหยของน้ำ
- ทำให้ดินชุ่มชื้นได้นานขึ้นหลังฝนตก
ผลคือพืชในพื้นที่โครงการ มีขนาดใหญ่กว่า ออกดอกมากกว่า 8 เท่า และให้ผลมากกว่า 10 เท่า เมื่อเทียบกับพืชในธรรมชาติ
แนวคิดการออกแบบโครงการพลังงานที่เอื้อต่อระบบนิเวศนี้เรียกว่า “อีโคโวลต์เทอิกส์” (Ecovoltaics) ซึ่งผสานการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กับการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยการใช้พืชพื้นเมืองยังช่วยดึงดูดแมลงผสมเกสร นก และสัตว์อื่น ๆ กลับคืนสู่พื้นที่
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยระบุว่าผลลัพธ์นี้ยังต้องติดตามในระยะยาว เพื่อดูว่าระบบนิเวศที่เกิดขึ้นรอบฟาร์มโซลาร์จะสามารถคงอยู่ได้หรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงปีที่เกิดภัยแล้งรุนแรง
งานศึกษานี้จึงสะท้อนว่า หากออกแบบอย่างเหมาะสม โครงการพลังงานสะอาดอาจไม่เพียงลดคาร์บอน แต่ยังช่วยฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพได้อีกด้วย.
CR.https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/1223353