ภาวะสายตาสั้นกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยคาดว่าเกือบ 40% ของคนหนุ่มสาวอาจมีสายตาสั้นภายในปี 2050 งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก (SUNY) ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Cell Reports ระบุว่า ปัจจัยสำคัญอาจไม่ใช่เพียงการจ้องหน้าจอ แต่รวมถึงการใช้ชีวิตในที่ร่มและทำกิจกรรมระยะใกล้เป็นเวลานาน
การทดลองในอาสาสมัคร 34 คน พบว่าในกลุ่มสายตาสั้น ดวงตามีแนวโน้มหันเข้าด้านในและรูม่านตาหดตัวมากกว่าปกติ แม้ก่อนปรับโฟกัส ส่งผลให้ปริมาณแสงที่ตกกระทบจอประสาทตาลดลง โดยเฉพาะในสภาพแสงสลัว นักวิจัยชี้ว่าความแตกต่างของแสงมีผลต่อกลไกการมองเห็นมากกว่าความสว่างเพียงอย่างเดียว และอาจทำให้เส้นทางประมวลผลแสงในเรตินาอ่อนแอลง
ทีมวิจัยเสนอสมมุติฐานว่า การกระตุ้นจอประสาทตาที่ไม่เพียงพอในเด็ก อาจเป็นปัจจัยเร่งให้ลูกตายาวขึ้นจนเกิดสายตาสั้น อย่างไรก็ตาม การศึกษายังมีข้อจำกัดด้านขนาดกลุ่มตัวอย่างและสภาพแวดล้อมที่ทดสอบ แต่ผลลัพธ์ดังกล่าวเปิดมุมมองใหม่ต่อแนวทางป้องกันและรักษาสายตาสั้นในอนาคต โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ใช้เวลาในที่กลางแจ้งมากขึ้น
CR.https://www.thaipbs.or.th/now/content/3714