วิกฤตขั้วโลกใต้ น้ำแข็งหาย เพนกวินจักรพรรดิอาจสูญพันธุ์ก่อนปี 2100

#yologreennews #bkk #รีไซเคิล #สิ่งแวดล้อม #รักษ์โลก

เพนกวินจักรพรรดิกำลังเผชิญความเสี่ยงสูญพันธุ์เพิ่มขึ้นจากภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะในช่วง การผลัดขนประจำปี ซึ่งกินเวลาประมาณ 30–40 วัน ช่วงนี้พวกมันจะไม่สามารถลงน้ำได้ เนื่องจากขนยังไม่สามารถกันน้ำ ทำให้ต้องอาศัยอยู่บน แผ่นน้ำแข็งทะเลตามชายฝั่ง (Fast ice) เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การศึกษาภาพถ่ายดาวเทียมของ British Antarctic Survey (BAS) พบว่า แผ่นน้ำแข็งบริเวณ Marie Byrd Land ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำคัญ กำลังละลายและแตกตัวเร็วกว่าปกติจากภาวะโลกร้อน หากน้ำแข็งหายไปก่อนที่การผลัดขนจะเสร็จสิ้น เพนกวินจะเสี่ยงต่อ ภาวะตัวเย็นเกิน (Hypothermia) และการขาดพลังงาน เพราะไม่สามารถลงน้ำไปหาอาหารได้

ข้อมูลย้อนหลังระบุว่า ระหว่างปี 2022–2024 น้ำแข็งในแอนตาร์กติกาลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พื้นที่น้ำแข็งในภูมิภาคนี้ลดลงจากค่าเฉลี่ยราว 500,000 ตารางกิโลเมตร เหลือเพียงประมาณ 100,000 ตารางกิโลเมตรในปี 2023 ส่งผลให้พื้นที่น้ำแข็งที่ยึดติดชายฝั่งเหลือเพียงประมาณ 2,000 ตารางกิโลเมตร

ผลกระทบเริ่มเห็นชัดในปี 2025 เมื่อจำนวนกลุ่มเพนกวินที่พบลดลงเหลือเพียง 25 กลุ่มเล็ก ๆ จากเดิมที่เคยมีมากกว่า 100 กลุ่ม ในพื้นที่เดียวกัน

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า หากแนวโน้มการละลายของน้ำแข็งยังดำเนินต่อไป ประชากรเพนกวินจักรพรรดิส่วนใหญ่อาจ หายไปภายในปี 2100 ซึ่งนอกจากจะเป็นการสูญเสียสัตว์สัญลักษณ์ของแอนตาร์กติกาแล้ว ยังสะท้อนถึงปัญหาใหญ่ของระบบนิเวศในมหาสมุทรใต้ เนื่องจากเพนกวินจักรพรรดิถือเป็น สิ่งมีชีวิตบ่งชี้สุขภาพของระบบนิเวศขั้วโลก

สถานการณ์นี้จึงกลายเป็น สัญญาณเตือนสำคัญจากขั้วโลก ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังรบกวนวัฏจักรชีวิตของสัตว์ป่าที่ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมสุดขั้วมานานหลายพันปี

CR.https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1223499