
เวเนซุเอลา ประเทศที่มี น้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก กำลังตกอยู่ในแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่โลกกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ความขัดแย้งรอบอุตสาหกรรมน้ำมันของประเทศนี้สะท้อนความย้อนแย้งของระบบพลังงานโลกอย่างชัดเจน
แม้นานาชาติจะประกาศเป้าหมายลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเพื่อลดโลกร้อน แต่น้ำมันยังคงเป็นทรัพยากรยุทธศาสตร์ที่มหาอำนาจให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในยามที่ตลาดพลังงานผันผวน ความพยายามควบคุมแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ เช่น Orinoco Belt จึงถูกมองว่าไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่คือการรักษาอำนาจด้านพลังงาน
ด้านสิ่งแวดล้อม การพึ่งพาน้ำมันหนักของเวเนซุเอลานำมาซึ่งปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การรั่วไหลของน้ำมัน และการทำลายระบบนิเวศในพื้นที่ป่าและลุ่มน้ำ ขณะที่ประเทศยังขาดเงินทุนและเทคโนโลยีในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมหรือพัฒนาพลังงานทางเลือก
นักวิเคราะห์ชี้ว่า วิกฤตเวเนซุเอลาเป็นภาพสะท้อนของคำถามสำคัญระดับโลก
เรากำลังลดการพึ่งพาน้ำมันจริง หรือแค่ย้ายการควบคุมทรัพยากรจากประเทศหนึ่งไปสู่อีกประเทศหนึ่ง?
ในวันที่พลังงานสะอาดยังไม่สามารถทดแทนฟอสซิลได้ทั้งหมด น้ำมันจึงยังคงเป็นทั้ง “เชื้อเพลิงของระบบเศรษฐกิจโลก” และ “ต้นตอของวิกฤตสิ่งแวดล้อม” ไปพร้อมกัน
Orinoco Belt (แถบโอรีโนโก) คือ
แหล่งน้ำมันขนาดมหาศาลของเวเนซุเอลา และเป็นหนึ่งในพื้นที่พลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก
คืออะไร
Orinoco Belt หรือชื่อเต็มว่า Orinoco Oil Belt / Orinoco Heavy Oil Belt เป็นพื้นที่แหล่งน้ำมันยาวตามลุ่มแม่น้ำโอรีโนโก ทางตะวันออกของเวเนซุเอลา ครอบคลุมพื้นที่ราว 55,000 ตารางกิโลเมตร
ทำไมถึงสำคัญ
- มีน้ำมันสำรองพิสูจน์แล้วกว่า 300,000 ล้านบาร์เรล
→ มากที่สุดในโลก แซงซาอุดีอาระเบีย - เป็นหัวใจเศรษฐกิจของเวเนซุเอลา และเป็น “ไพ่พลังงาน” ทางภูมิรัฐศาสตร์
ลักษณะน้ำมัน
- เป็น น้ำมันหนัก–น้ำมันหนักพิเศษ (Heavy / Extra-Heavy Crude)
- ข้น หนืด มีซัลเฟอร์สูง
- ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น การให้ความร้อนหรืออัปเกรดน้ำมัน
→ ต้นทุนสูงและปล่อยคาร์บอนมาก กว่าน้ำมันทั่วไป
ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
- เสี่ยงต่อ การรั่วไหลของน้ำมัน ในลุ่มน้ำและป่าเขตร้อน
- การผลิตปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง
- กระทบชุมชนท้องถิ่นและความหลากหลายทางชีวภาพ
เชื่อมโยงกับโลกพลังงานสะอาด
Orinoco Belt คือภาพสะท้อนความย้อนแย้งของโลกยุคเปลี่ยนผ่านพลังงาน
เราต้องการลดฟอสซิล
แต่ยังแข่งขันแย่งชิงแหล่งน้ำมันขนาดยักษ์
นักวิชาการจำนวนมากมองว่า หากไม่มีแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นธรรม
Orinoco Belt จะยังคงเป็น สมรภูมิพลังงานฟอสซิล มากกว่าทรัพยากรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน