เตรียมเฝ้าระวัง! ฝีดาษลิง หลังพบผู้ติดเชื้อในฟิลิปปินส์เป็นรายแรก

เตรียมเฝ้าระวัง! ฝีดาษลิง หลังพบผู้ติดเชื้อในฟิลิปปินส์              เป็นรายแรก

พบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงรายแรกหลังจากเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เป็นชายวัย 33 ปี ในฟิลิปปินส์ ไม่มีประวัติการเดินทางออกนอกประเทศ ผู้ป่วยรายนี้ตรวจพบเชื้อหลังจากองค์กรอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่าไวรัส MPOX เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลก

 

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมานี้ กระทรวงสาธารณสุขของประเทศฟิลิปปินส์ประกาศว่า พบผู้ป่วยโรค “เอ็มพ็อกซ์” (MPOX) หรือฝีดาษลิงที่เราคุ้นเคยกันดี ผู้ป่วยรายนี้มีอายุ 33 ปี ไม่มีประวัติเดินทางออกนอกประเทศ แต่มีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่นในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา จึงทำให้ผู้ป่วยฝีดาษลิงในฟิลิปปินส์มียอดสะสม 10 ราย

 

ทำความรู้จักกับโรคฝีดาษลิง

โรคฝีดาษลิง หรือ โรค “เอ็มพ็อกซ์” (MPOX) เป็นดรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสชนิด DNA ชื่อ monkey pox เป็นเชื้อไวรัสที่อยู่ในกลุ่ม Orthopoxvirus ไวรัสชนิดนี้เคยเกิดการติดเชื้อจากสัตว์มาก่อนและคนสามารถติดเชื้อจากสัตว์เหล่านี้ได้ ซึ่งต้นกำเนิดของโรคฝีดาษลิงอยู่ในทวีปแอฟริกาตอนกลางถึงแอฟริกาฝั่งตะวันตก จากนั้นจึงแพร่กระจายไปสู่ภูมิภาคอื่น ๆ

 

ไวรัสฝีดาษลิงมีกี่สายพันธุ์?

ไว้รัสฝีดาษลิงสามารถติดจากสัตว์สู่คนได้ ดังนี้

1.การติดต่อเชื้อไวรัสฝีดาษลิงจากสัตว์สู่คน: สามารถติดต่อได้จาการกัดแทะทุกชนิด โดยติดต่อจากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง น้ำหนอง ตุ่มหนองของสัตว์ ผื่นสัตว์ การถูกสัตว์ที่ติดเชื้อกัดหรือช่วน และการรับประทานอาหารที่มีเนื้อสัตว์ที่ติดเชื้อหรือปรุงไม่สุก 

 

2.การติดต่อของเชื้อไวรัส: สามารถติดเชื้อได้จากการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่ง เช่น ไอ จาม ผื่น น้ำหนอง ตุ่มหนอง และสิ่งของที่ปนเปื้อนกับเชื้อของผู้ป่วยฝีดาษลิง

 

อาการของผู้ติดเชื้อฝีดาษลิง

เมื่อผู้ที่ได้รับเชื้อฝีดาษลิง จะมีอาการเกิดขึ้นภายใน 6 – 13 วัน หรืออาจพบได้ถึง 21 วัน (ระยะฟักตัว) ลักษณะอาการดั้งเดิมของโรคฝีดาษลิง แบ่งออกได้ 2 ระยะ ดังนี้

1.ระยะที่เชื้อแพร่เข้าสู่ร่างกาย

ลักษณะอาการคือมีไข้ ปวดศรีษะ ปวดเมื้อกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ที่สำคัญคืออาการมีต่อมน้ำเหลืองโต โดยจะแตกต่างจากโรคสุกใส หรือ ฝีดาษคน โดยระยะแรกมีอาการได้ถึง 5 วัน

2.ระยะผื่น

จะเกิดอาการภายใน 3 วันหลังจากการมีไข้ ลักษณะของผื่นจะเป็นผื่นแบน จากนั้นผื่นจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสหรือตุ่มหนอง เมื่อตุ่มหนองแตกจะแห้งแล้วกลายเป็นสะเก็ด ซึ่งมักจะเกิดที่หน้า แขนขา ฝ่ามือ ฝ่าเท้า มากกว่าที่ตัว พบได้ในเยื่อบุต่าง ๆ เช่น ในช่องปาก เยื่อบุตา และอวัยเพศ

 

โดยเมื่อในปี 2565 ที่ผ่านมาประเทศไทยได้พบกับผู้ป่วยฝีดาษลิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งอาการของผู้ป่วยส่วนใหญ่ต่างไปจากอาการเดิมได้แก่

1.ไข้

สามารถเป็นได้ก่อนเกิดผื่น ขณะเกิดผื่น และหลังเกิดผื่น หรือบางรายอาจไม่มีไข้เลย

2.ผื่น

ส่วนใหญ่มักพบได้หลายระยะพร้อมกัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มาพบแพทย์จะมาด้วยอาการมีตุ่มน้ำและตุ่มหนอง หรือเป็นสะเก็ด มักมีอาการเจ็บที่ผื่น

3.จำนวนผื่นที่ไม่มาก

พบว่า 60% ของผู้ป่วยมีผื่นไม่ถึง 10 ผื่น และเป็นแผลที่อวัยวะเพศหรือทางทวารหนัก และ 10% ของผู้ป่วยไม่มีผื่นขึ้นเลย

4.ตำแหน่งที่ผื่นขึ้น

พบมากที่สุดบริเวณอวัยวะเพศ รองลงมาคือตัว แขน ขา หน้า และอาจมีผื่นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้าได้ หรือ พบหลายบริเวณพร้อมกัน

 

โดยส่วนใหญ่แล้วอาการจะไม่รุนแรง แต่หากพบอาการที่รุนแรงมากมักจะเกิดจากการติดเชื้อที่ปอดซ้ำซ้อน เชื้อลามไปที่สมอง สมองอักเสบ  บางรายอาจติดเชื้อที่ตาทำให้ตาบอดได้เลย ซึ่งผู้ที่มีอาการรุนแรงถึงขั้นอาจเสียชีวิตนั้นมีประมาณ 3 – 6%

 

อาการของฝีดาษลิงนั้นมีความรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ทางกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทยจะต้องมีการเตรียมเฝ้าระวังโรคฝีดาษลิงให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อเข้ามาแพร่กระจายในประเทศไทย หากฝีดาษลิงเข้ามาในประเทศไทยได้อาจเกิดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสตัวนี้ได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อไม่นานมานี้องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศว่าไวรัส MPOX เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลกเนื่องจากยอดผู้ติดเชื้อมีจำนวนสูงขึ้น ดังนั้นแล้วประเทศไทยต้องเตรียมรับมือและเฝ้าระวังโรคฝีดาษลิงอย่างเข้มงวด

 

ที่มา

ถาม – ตอบฝีดาษลิง

ฟิลิปปินส์’สะเทือน! พบผู้ติดเชื้อไวรัส’ฝีดาษลิง’รายแรก ไม่มีประวัติเดินทางออกนอกประเทศ

เตรียมเฝ้าระวัง ฟิลิปปินส์พบผู้ป่วย ‘ฝีดาษลิง’รายแรกแล้ว!

ฟิลิปปินส์พบผู้ป่วยเอ็มพ็อกซ์

ฝีดาษลิงคืออะไร